“คนต.” เคาะ “กรุงไทย” เป็นศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางบริหาร CCH ขับเคลื่อนตั๋วร่วมค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาท เร่งขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วม ลดภาระค่าครองชีพสร้างความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมคมนาคม อาคารคมนาคม 2 ชั้น 4 กระทรวงคมนาคม โดยมี ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ดร.จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นายสุวิชาณ สุระบาล รองผู้อำนวยการ สนข. นายพรชัย สุตันไชยนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม (สตร.) เจ้าหน้าที่ สตร. เจ้าหน้าที่ สนข. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ในครั้งที่ผ่านมา การพัฒนาระบบตั๋วร่วมมีความคืบหน้าเกิดผลเป็นรูปธรรมและมีทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมมีผลบังคับใช้แล้วหลายฉบับ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและเครื่องมือในการกำกับดูแลของภาครัฐ การประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าแผนการดำเนินงาน (Timeline) ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พร้อมทั้งการประชุมในวันนี้เป็นการพิจารณาวาระสำคัญ ได้แก่ การพิจารณาหน่วยงานที่มีความเหมาะสมในการเป็นศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) และการพิจารณากฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับอัตราค่าโดยสารร่วม จำนวน 2 ฉบับ เพื่อให้เกิดกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดผลเชิงโครงสร้างของระบบตั๋วร่วมเป็นรูปธรรมในการช่วยลดภาระค่าครองชีพ สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ประชาชนตามเป้าหมายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม สำหรับความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายลำดับรอง ซึ่งปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ออกประกาศสำนักงานและลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา จำนวน 5 ฉบับแล้ว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงนามประกาศกระทรวงคมนาคม 6 ฉบับ และประกาศ คนต. 2 ฉบับแล้ว เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังได้รายงานความคืบหน้าการเจรจากับผู้ประกอบการ การดำเนินงานตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 รวมถึงการติดตั้งและทดสอบระบบตั๋วร่วม โดยที่ประชุมมีมติรับทราบ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 และมติ คนต. เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
ทั้งนี้ สนข. ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลัง (กค.) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 และเร่งรัดให้ดำเนินการตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากมาตรการโดยเร็ว
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด