สนข. ร่วมประชุมความคืบหน้าการขับเคลื่อนการศึกษาแผนพัฒนาโครงข่าย MR-Map ครั้งที่ 3
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการประชุมขับเคลื่อนการศึกษาแผนพัฒนาโครงข่าย MR-Map ครั้งที่ 3 ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 อาคารสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางราง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และนายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เข้าร่วมการประชุม ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของที่ประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานศึกษาจัดทำแผนการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง (MR–Map) ของกรมทางหลวง ปัจจุบันงานศึกษาอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเพื่อจัดทำโครงข่ายในเบื้องต้น และคัดเลือกโครงการนำร่องเพื่อศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น โดยผลการคัดเลือกเส้นทางนำร่อง จาก 10 เส้นทาง โดยได้พิจารณา 4 โครงการนำร่องที่มีศักยภาพ ได้แก่
1. เส้นทาง MR5 ชุมพร – ระนอง ระยะทาง 108 กิโลเมตร
2. เส้นทาง MR8 หนองคาย (ด่านหนองคาย) – แหลมฉบัง ช่วงนครราชสีมา – แหลมฉบัง ระยะทาง 288 กิโลเมตร
3. เส้นทาง MR9 กาญจนบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) – อุบลราชธานี (สะพานมิตรภาพแห่งที่ 6) ช่วงนครราชสีมา – อุบลราชธานี ระยะทาง 440 กิโลเมตร
4. เส้นทาง MR10 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ระยะทางรวม 319 กิโลเมตร
นายศักดิ์สยามฯ ได้มีข้อสั่งการให้มีการศึกษาโครงการนำร่องที่มีศักยภาพเพิ่มเติมอีก 1 เส้นทาง คือ เส้นทางเชื่อมระหว่างเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) – เส้นทาง MR5 (ชุมพร – ระนอง) และกำชับให้กรมทางหลวงเน้นหลักการของโครงการแผนพัฒนาโครงข่าย MR–Map โดยเฉพาะกรณีเส้นทางที่ต้องเลี่ยงการเดินทางเข้าเขตเมือง เพื่อลดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินของประชาชน และต้องมีการวางแผนการเชื่อมต่อโครงข่ายเส้นทาง MR–Map กับพื้นที่เขตเมืองให้เชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการศึกษาข้อมูลรูปแบบเส้นทางรถไฟในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อบูรณาการเชื่อมต่อโครงข่ายเส้นทาง MR–Map โดยเน้นการใช้ประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้การดำเนินการให้เป็นในลักษณะการบูรณาการร่วมกับระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นต้น และการดำเนินการต่าง ๆ ต้องลดผลกระทบต่อประชาชน และหากมีการแก้ไขรูปแบบของโครงการที่ได้มีการออกแบบ การรับฟังความเห็นประชาชน หรือการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปแล้ว การบูรณาการที่เกิดขึ้นจะต้องอยู่ในกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนต่อไป
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด