คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรของประเทศ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๔
วันจันทร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๔ ณ ห้องประชุม ๓๐๑ ชั้น ๓ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกเข้าร่วมประชุมพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นกรรมการและเลขานุการ
นายศักดิ์สยามฯ กล่าวว่า ที่ประชุม คจร. ได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการที่สำคัญตามมติที่ประชุม คจร. ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่ ๑) การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ ๑ ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ๒) การดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๓ สายเหนือ ๓) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) ๔) การปฏิรูปเส้นทางระบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง ๕) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘๒ สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว และ ๖) แผนการพัฒนาและดำเนินงานติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (M-MAP) แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (อจร.) ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ตลอดจนความคืบหน้าการศึกษาการแก้ไขปัญหาจราจรบนทางพิเศษ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ ๑) งานบริหารจัดการระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น M-Flow ๒) งานศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษทั้งระบบ ๓) โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการทางพิเศษพระราม ๓ -ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข ๓๕ สายธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม ๒) ช่วงทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย และ ๔) โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ (ยังไม่มีการก่อสร้าง) ประกอบด้วย โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๓ สายเหนือ ตอน N๒ เชื่อมต่อไปยังวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออกและส่วนทดแทนตอน N๑ โครงการทางยกระดับศรีนครินทร์ – สุวรรณภูมิ โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๓ สายเหนือ ตอน N๒ เชื่อมต่อไปยังวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออกและส่วนทดแทนตอน N๑ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘๒ บางขุนเทียน-บ้านแพ้วช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว และโครงการถนนยกระดับกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฯ รอบที่ ๒) นายศักดิ์สยามฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมในวันนี้มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ได้แก่ แผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะกลุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เพื่อรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Public Transit Master Plan : EPMP) โดยที่ประชุมได้เห็นชอบผลการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะกลุ่มจังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เพื่อรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกพิจารณาผลักดันแผนแม่บทฯ ไปสู่การปฏิบัติต่อไป พร้อมนี้ที่ประชุมได้พิจารณาร่างโครงข่ายแผนแม่บท MR - Map ที่กระทรวงคมนาคมนำเสนอ ซึ่งปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้จัดทำร่างโครงข่ายเส้นทางเบื้องต้น ๑๐ เส้นทาง โดยมีระยะทางรวม ๖,๕3๐ กิโลเมตร ประกอบด้วยเส้นทางทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับเส้นทางระบบราง ๔,๔7๐ กิโลเมตร เส้นทางเฉพาะทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ๑,๗๑๐ กิโลเมตร และเส้นทางเฉพาะระบบราง ๓๕๐ กิโลเมตร และได้พิจารณา ๔ โครงการนำร่องที่มีศักยภาพ ๔ เส้นทาง (จากแนวเส้นทางโครงข่ายในเบื้องต้น จำนวน ๑๐ เส้นทาง) ได้แก่ ๑) เส้นทาง MR8 ชุมพร – ระนอง ระยะทาง 91 กิโลเมตร 2) เส้นทาง MR๑๐ วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครรอบที่ ๓ ระยะทางรวม 283 กิโลเมตร ๓) เส้นทาง MR2 หนองคาย (ด่านหนองคาย) – แหลมฉบัง ช่วงนครราชสีมา – แหลมฉบัง ระยะทาง 297 กิโลเมตร และ 4) เส้นทาง MR5 กาญจนบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) – อุบลราชธานี (สะพานมิตรภาพแห่งที่ ๖) ช่วงนครราชสีมา – อุบลราชธานี ระยะทาง ๔04 กิโลเมตร โดยที่ประชุมได้เห็นชอบร่างโครงข่ายแผนแม่บท MR - Map ที่กระทรวงคมนาคมนำเสนอ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สำหรับการบูรณาการระหว่างระบบรางและถนนในการพัฒนาโครงข่ายให้เป็นระบบเชื่อมโยงโครงข่ายภายในประเทศและต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยและเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจและประตูการค้า แก้ปัญหาจราจร ลดปัญหาการเกิดคอขวดของการเดินทางทั้งระบบถนนและระบบรางของทั้งประเทศ
แนวเส้นทาง MR - map ตามนโยบายและความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ
นายศักดิ์สยามฯ กล่าวตอนท้ายว่า ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาการดำเนินการระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการเชื่อมต่อการเดินทางสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง (สถานีรังสิต) ตามมติ อจร. จังหวัดปทุมธานี โดยที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการของการจัดทำระบบ Feeder รถไฟฟ้าสายสีแดง โดยใช้รถโดยสารขนส่งมวลชนแบบพิเศษตามมติคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดปทุมธานี และคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และให้จังหวัดปทุมธานี กรมการขนส่งทางบก และกรมทางหลวง ดำเนินการพัฒนาเพื่อรองรับการเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และรายงานผลการดำเนินการให้ คจร.รับทราบ มีรายละเอียดดังนี้
๑.เส้นทางระบบ Feeder เข้าสู่สถานีรถไฟฟ้ารังสิตจำนวน ๓ เส้นทาง ได้แก่
➢ เส้นทางที่ 1 สถานีรถไฟฟ้ารังสิต - ธัญบุรีคลอง ๗ ใช้เส้นทางถนนรังสิต-นครนายก
(ทล.๓๐๕) ระยะทางประมาณ ๑๙.๓ กม.
➢ เส้นทางที่ ๒ สถานีรถไฟฟ้ารังสิต – ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) ใช้เส้นทางถนนเลียบคลองเปรมประชากร และถนนคลองหลวงหน้า ม. ธรรมศาสตร์ (รังสิต) ระยะทางประมาณ 19.1 กม. เป็นระยะแรกก่อน หากสถานีรถไฟฟ้า ม. ธรรมศาสตร์ (รังสิต) เปิดใช้ ก็พิจารณาปรับเส้นทางต่อไป
➢ เส้นทางที่ ๓ สถานีรถไฟฟ้ารังสิต - แยก คปอ. ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน ระยะทางประมาณ ๑๐.๖ กม.
๒.รูปแบบการเดินรถของระบบ Feeder ตามตารางเดินรถที่สอดคล้องกับระบบรถไฟฟ้า
(On Schedule Services) รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Transport) และรองรับการให้บริการกับทุกคน (Inclusive Transport) และให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินการหาผู้ประกอบการเดินรถด้วยมาตรฐาน EV
รองรับผู้พิการ โดยรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และนำเข้าสู่การพิจารณาของ คกก. ขนส่งทางบกกลางต่อไป
๓.ให้จังหวัดปทุมธานีและกรมทางหลวง ดำเนินการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของเส้นทาง ดังนี้
➢ เส้นทางที่ ๑ บนถนน ทล.๓๐๕ ได้แก่ (ก) Smart Bus Stop (ข) ทางเชื่อมสะพานลอย
คนข้ามที่เกาะกลาง (ค) ช่องทางพิศษ (Reversible Bus Lane) และ (ง) สัญญาณไฟควบคุมช่องทางพิเศษ
➢ เส้นทางที่ ๒ และ ๓ บนถนนเลียบคลองเปรมประชากร และถนนพหลโยธิน ได้แก่ Smart Bus Stop
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อช่วยพัฒนาระบบคมนาคม และแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรให้เกิดการบูรณาการในการดำเนินงาน สามารถขับเคลื่อนแผนต่าง ๆ ให้ได้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ต่อไป
**************************************
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด