สนข. ร่วมประชุมติดตามนโยบายการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รวค.) เป็นประธานการประชุมติดตามนโยบายการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings เมื่อวันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุม 201 อาคาร สนข. โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ผู้แทนจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง และเจ้าหน้าที่ สนข. เข้าร่วมการประชุม
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้รายงานความก้าวหน้าการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการศึกษาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมและเป็นไปได้เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในภาพรวมทั้งระบบรวมทั้งศึกษาแนวทางการดำเนินโครงการก่อสร้างทางด่วนในเส้นทางอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรี ต่อไป
ปัจจุบัน การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ และได้รายงานผลการศึกษาเบื้องต้นและความคืบหน้าของการศึกษาให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) รับทราบ ในการประชุมครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาฯมีความก้าวหน้าของการศึกษาประมาณร้อยละ 75.05 % (ตุลาคม 2564)
การศึกษาได้วิเคราะห์สภาพปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน ทางขึ้น-ลง และถนนระดับดินที่ต่อเนื่อง รวมทั้งพิจารณาถึงโครงข่ายทางพิเศษและทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในอนาคต พบว่า ปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ มีลักษณะของปัญหาแบ่งได้ 5 ลักษณะ คือ 1) ปัญหาด้านความจุของทางพิเศษไม่เพียงพอ (Over Section Capacity) 2) ปัญหาจุดตัดกระแสจราจรบริเวณทางร่วมและทางแยก (Weaving & Merging) 3) ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางลงทางพิเศษ (Off-Ramp Congestion) 4) ปัญหาการไหลเวียนจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง (Over Toll Plaza Capacity) และ 5) ปัญหาจุดคอขวดทางกายภาพบนทางพิเศษ (Bottleneck) โดยมีเส้นทางหลักที่มีปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ 3 เส้นทาง ประกอบด้วย
1. ทางพิเศษศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-พระราม 9
2. ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงมักกะสัน-ท่าเรือ-บางนา
3. ทางพิเศษฉลองรัช
โดยได้ศึกษาและกำหนดโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา วิเคราะห์ความเหมาะสม จัดลำดับความสำคัญ และจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรในภาพรวมทั้งระบบ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1) โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน จำนวน 21 โครงการ แบ่งเป็น แผนระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2569) จำนวน 16 โครงการ และแผนระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป) จำนวน 5 โครงการ
2) โครงการทางพิเศษเพิ่มเติมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง จำนวน 11 โครงการ แบ่งเป็น แผนระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2569) จำนวน 5 โครงการ และแผนระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป) จำนวน 6 โครงการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เร่งรัดการดำเนินการศึกษาแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษทั้งระบบให้แล้วเสร็จและนำเสนอคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก และคณะรัฐมนตรีให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยจะต้องคำนึงด้วยว่าโครงการแต่ละโครงการตามผลการศึกษาจะต้องมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยดำเนินการดังนี้
1) ให้พิจารณาเรื่องแหล่งเงินในการพัฒนาโครงการแต่ละโครงการให้ชัดเจน เช่น การบริหารสัญญาของโครงการทางพิเศษเดิม การให้เอกชนร่วมลงทุน หรือการใช้แหล่งเงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFF)
2) ให้พิจารณาเพิ่มเติมถึงปัจจัยด้านการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ รถไฟฟ้า เรือ และ รถโดยสารสาธารณะซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมในการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด