• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

กระทรวงคมนาคม บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนฯ

กระทรวงคมนาคม บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 2 ชั้น 4 กระทรวงคมนาคม โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นกรรมการและเลขานุการ นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายศิริเกษ อภิรัตน์ ผู้อำนวยการกองจัดระบบการจราจรทางบก เจ้าหน้าที่ สนข. ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล การประปานครหลวง กรุงเทพมหานคร จังหวัดในเขตปริมณฑล และผู้แทนจากกรมเจ้าท่า (จท.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายชยธรรม์ ฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบ รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามมติคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครั้งที่ 1/2564 และการดำเนินงานตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมทั้งการดำเนินการระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการเชื่อมต่อการเดินทางสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง (สถานีรังสิต) ตามมติ อจร. จังหวัดปทุมธานีแนวทางการพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้านการจราจรและขนส่งเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตลอดจน รับทราบสรุปผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(อจร.)ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการขนส่งและจราจรของจังหวัดในภูมิภาคปีงบประมาณ 2564

นายชยธรรม์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมในวันนี้ มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญในการเร่งประสานการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ ผลการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ ในภาพรวมทั้งระบบ โดยมอบหมายให้ กทพ. ไปดำเนินการจัดทำลำดับความสำคัญและกรอบระยะเวลาดำเนินการ (Action Plan) ของการศึกษาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมและเป็นไปได้ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในภาพรวมทั้งระบบ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติมอบหมาย โดยแบ่งเป็น แผนการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน ๒๑ โครงการ ค่าลงทุนโครงการรวม ๔๗,๕๓๓.๘๑ ล้านบาท และโครงการทางพิเศษเพิ่มเติม ๑๑ โครงการ ค่าลงทุนโครงการรวมวงเงิน ๓๑๒,๗๘๙ ล้านบาท รวมทั้ง มอบหมายให้ สนข. ประสาน กทม. กทพ. ทล. และ ทช. บูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณจุดขึ้น-ลง ของทางพิเศษ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดขึ้น-ลง ของทางพิเศษที่เข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ บริเวณถนนกำแพงเพชร พร้อมนี้ ได้พิจารณาแผนพัฒนาการเดินทางทางน้ำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และการเชื่อมต่อการเดินทางรูปแบบอื่น ซึ่ง สนข. ได้ดำเนินการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยแผนดังกล่าวเน้นการพัฒนาการเดินทางทางน้ำให้เป็นทางเลือกการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ (Transport Efficiency) ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green & Safety Transprot) ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ (Inclusive Transport) และเชื่อมต่อการเดินทางรูปแบบอื่นแบบไร้รอยต่อ (Seamless Transport)”โดยในอนาคตจะมีการการปรับปรุงท่าเรือให้มีมาตรฐานและมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับสำหรับคนทุกคนมีการเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมต่อระหว่างการขนส่งทางน้ำกับระบบการขนส่งสาธารณะทางรางและถนน รวมทั้งมีมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการทางเรือในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพิ่มมากขึ้นตลอดจนพัฒนาเส้นทางเดินเรือในคลองที่ได้รับอนุมัติให้เดินเรือมีความสามารถในการให้บริการ ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้ สนข. นำเสนอแผนดังกล่าวต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมขับเคลื่อนแผนพัฒนาการเดินทางทางน้ำฯ ไปสู่การปฏิบัติต่อไป

นายชยธรรม์ฯ กล่าวเพิ่มตอนท้ายว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาเรื่องมาตรฐานการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยมอบหมายให้ ขร. จัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดวิธีการกำหนดอัตราค่าโดยสาร และการกำหนดเงื่อนไขการยกเว้นค่าแรกเข้าระบบเพื่อใช้ในการจัดเก็บอัตราค่าแรกเข้าที่เป็นตามมาตรฐานให้มีความชัดเจนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ก่อนนำเสนอที่ประชุม คจร. ให้ความเห็นชอบต่อไป รวมทั้งยังได้ร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์การพิจารณาผลกระทบด้านการจราจรในการขอใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุและที่ดินอันเป็นศาสนสมบัติกลางหรือของวัด ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ สนข. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหารือร่วมกันเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้พัฒนาโครงการ และหน่วยงานอนุญาตใช้เป็นกรอบในการพิจารณาผลกระทบด้านการจราจรที่เป็นมาตรฐาน และมีแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจน ก่อนนำเสนอประชุม คจร. พิจารณาต่อไป

หมวดหมู่

136 ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด