สนข. จัดประชุมแนวทางการลดผลกระทบต่อภาคคมนาคมขนส่งจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหพันธรัฐรัสเซีย และประเทศยูเครน
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รวค.) เป็นประธานการประชุมแนวทางการลดผลกระทบต่อภาคคมนาคมขนส่งจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหพันธรัฐรัสเซีย และประเทศยูเครน ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings เมื่อวันพุธที่ 16 มีนาคม 2565 ณ ห้องประชุม 201 อาคาร สนข. โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ สนข. ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานภาคเอกชน ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ (TAFA) สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) สมาคมเจ้าของเรือไทย สมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพ (BSAA) สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว
โดยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและประเทศยูเครน และตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคม (คค.) นั้น ได้มีการติดตามผลกระทบและมาตรการรองรับในด้านพลังงานและด้านโลจิสติกส์ ดังนี้
ด้านการขนส่งทางถนน จากสถานการณ์ด้านพลังงานปรับราคาสูงขึ้นอาจทำให้ต้นทุนด้านการขนส่งสูงขึ้น ทำให้มีผลกระทบต่อกลไกการตลาดได้ รวมถึงผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่อาจได้รับผลกระทบคือรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการเดินทาง รวมทั้งต้นทุนในวัสดุราคาก่อสร้างต่าง ๆ ที่สูงขึ้น และหน่วยงานภาครัฐได้เตรียมรองรับสถานการณ์เดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้รถโดยสารสาธารณะของประชาชน
ด้านการขนส่งทางราง ได้เตรียมการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่อาจเปลี่ยนมาใช้ระบบรางเพิ่มขึ้น โดยมีแนวทางสนับสนุนให้ผู้โดยสารเข้ามาใช้ระบบรางในการเดินทางเพิ่มขึ้น เช่น เตรียมความพร้อมของสถานี ความสะดวกในการชำระค่าโดยสาร มาตรการทางการตลาดเพื่อเชิญชวนผู้โดยสาร และมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ
ด้านการขนส่งทางน้ำ ผู้ประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศและภายในประเทศได้รับผลกระทบต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการเดินเรือระหว่างประเทศต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่สงคราม โดยส่งผลให้ค่าขนส่งสูงขึ้นตามราคากลไกตลาด พร้อมกันนี้ได้มีการติดตามสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและเส้นทางการเดินเรืออย่างใกล้ชิด
ด้านการขนส่งทางอากาศ เกิดผลกระทบต่อราคาบัตรโดยสารและต้นทุนของสายการบิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณเที่ยวบิน และจำนวนผู้โดยสารจากยุโรปมีแนวโน้มปรับลดลง ทั้งนี้เที่ยวบินจากไทย ไป-กลับ ยุโรป ยังไม่ได้รับผลกระทบ
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด