• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

กระทรวงคมนาคมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 พื้นที่ เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีฯ

กระทรวงคมนาคมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 พื้นที่ เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เพื่อพิจารณาแผนงาน โครงการการเชื่อมโยง SEZ ชายแดน - ระเบียงเศรษฐกิจ 4 พื้นที่ – พื้นที่เศรษฐกิจอื่น

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ครั้งที่ 1/2565 ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2565 โดยมีผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (มท.) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ผู้แทนกรมชลประทาน (ชป.) ผู้แทนกรมป่าไม้ (ปม.) ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร (กวก.) ผู้แทนกรมศุลกากร (กศก.) ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สตช.) ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ผู้แทนการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผู้แทนการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ผู้แทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย ผู้แทนกรมทางหลวง (ทล.) ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมเจ้าท่า (จท.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ซึ่งมีนายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยนายอธิภู จิตรานุเคราะห์ ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน และเจ้าหน้าที่ สผง. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

นายชยธรรม์ฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดตาก สระแก้ว มุกดาหาร ตราด สงขลา หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส และเชียงราย โดยการดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2558 - 2565 มีวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 39,910 ล้านบาท มีแผนงาน/โครงการจำนวน 203 โครงการ มีความก้าวหน้าการดำเนินงานร้อยละ 89.16 คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี พ.ศ. 2570 ทั้งนี้ในส่วนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะด้านคมนาคมใน 10 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งในด้านการคมนาคมขนส่งระบบสาธารณูปโภค/สาธารณูปการ การพัฒนาด่านพรมแดน/ด่านศุลกากร การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามแผน มีผลดำเนินงาน ร้อยละ 80 โดยโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ เช่น ทางหลวงหมายเลข 12 ตาก - แม่สอด อาคารท่าอากาศยานแม่สอด สะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ด่านพรมแดนแม่สอดแห่งที่ 2 (เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก) ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ (เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา) ด่านบ้านพุน้ำร้อน (เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี) ทางหลวงหมายเลข 3 ตราด - หาดเล็ก ตอนแยก ต.ไม้รูด – บ.คลองจาก (เขตเศรษฐกิจพิเศษตราด) ทล.22 สกลนคร - นครพนม (เขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม) อาคารที่ทำการด่านศุลกากรเชียงแสนแห่งใหม่ และศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ (เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย) นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว (เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว) และนิคมอุตสาหกรรมสงขลา (เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา) เป็นต้น นอกจากนี้ มีการพัฒนาและบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน - ลาว (เขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย)

นายชยธรรม์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้เร่งรัดการดำเนินงานตามข้อสั่งการของ กพศ. ครั้งที่ 1/2564 ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณสะพานบ้านหนองเอี่ยน การเร่งรัดการก่อสร้างถนนแยก ทล. ๔ - ด่านสะเดา แห่งที่ ๒ การเร่งรัดการพัฒนาถนนเข้าพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคายเป็นถนนสายใหม่ขนาด 4 - 6 ช่องจราจร และการเร่งรัดการพัฒนาถนนเข้าพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารเป็นถนนสายใหม่ขนาด 4 ช่องจราจร ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้ ทช. เร่งดำเนินการพัฒนาโครงการถนนสาย ทล. 2 - สถานีรถไฟนาทา อ.เมือง จ.หนองคาย โดยให้จัดทำแผนงานสอดคล้องกับการพัฒนาย่านขนส่งสินค้าทางรถไฟนาทา (Transshipment Yard) ของการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย เพื่อรองรับการขนส่งทางรางไปยัง สปป.ลาว และ สป. จีน

สำหรับการจัดเตรียมแผนงาน/โครงการการเชื่อมโยง SEZ ชายแดน 10 แห่ง – ระเบียงเศรษฐกิจ 4 พื้นที่ - พื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ ได้เสนอให้บรรจุ แผนพัฒนา MR-MAP ซึ่งเป็นการพัฒนาทางหลวง ราง ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง เพื่อเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงแต่ละภูมิภาค พร้อมเร่งรัดการพัฒนารถไฟทางคู่ช่วงโคราช - หนองคาย ควบคู่กับการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) โดยท้ายสุดได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการจัดทำสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อนำเสนอในการประชุม กพศ. ครั้งที่ 1/2565 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ต่อไป

หมวดหมู่

113 ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด