สนข. ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและวิชาชีพวิศวกรรม ผนึกกำลังยกระดับมาตรฐานการพัฒนาและบำรุงรักษาโครงข่ายทางหลวง สร้างความอุ่นใจแก่ผู้ใช้ทาง
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและวิชาชีพวิศวกรรม ระหว่างกรมทางหลวง (ทล.) สภาวิศกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารกระทรวงฯ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด พร้อมด้วยนางสาวลักษณวดี ธนามี ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศการขนส่งและจราจร รักษาการในตำแหน่งนักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ เป็นผู้แทน สนข. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สนข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีฯ โดยมีนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธุ์ นายกสภาวิศวกร และนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2565 ณ โถงอาคารชั้น 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพฯ
สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและวิชาชีพวิศวกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง ทล. สภาวิศกร และ วสท. ในการบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพวิศวกรรมให้ครอบคลุมในทุกมิติด้านงานวิศวกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางของประชาชน ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี รวมทั้งผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมครบทั้ง 4 มิติการเดินทาง (บก ราง น้ำ และอากาศ) ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องอย่างไร้รอยต่อ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน ให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุในการเดินทาง และจากกรณีที่อุบัติเหตุคานสะพานกลับรถร่วงหล่นบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ตอน สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน - นาโคก ที่ กม. 34+000 บริเวณสะพานกลับใกล้โรงพยาบาลวิภาราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พังถล่ม เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ซึ่งถนนพระราม 2 เป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมขนส่งสู่ภาคใต้จากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจสร้างความไม่มั่นใจในการเดินทางของประชาชน กระทรวงฯ จึงให้ความสำคัญกับโครงสร้างของสะพานที่อยู่ในความรับผิดชอบทั่วประเทศ โดยมีขอบเขตความร่วมมือ ประกอบด้วย 1) ความร่วมมือด้านความรับผิดชอบต่อสังคม 2) สนับสนุนการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพด้านวิศวกรรมให้แก่บุคลากรให้ครอบคลุมในทุกมิติด้านงานวิศวกรรม ทั้งงานก่อสร้างถนน สะพาน งานสิ่งแวดล้อม งานความปลอดภัย และงานด้านอื่น ๆ รวมถึงสร้างมาตรฐานวิชาชีพในการทำงานของบุคลากรด้านวิศวกรรม 3) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพวิศวกรรมระหว่าง 3 หน่วยงาน 4) สนับสนุนและพัฒนาให้บุคลากรด้านวิศวกรรมมีความรู้ ความสามารถ และเพิ่มประสบการณ์ในงานที่รับผิดชอบ ซึ่งในการดำเนินงานยังต้องให้การสนับสนุนและแนะนำงานทางด้านวิศวกรรม รวมถึงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในการพัฒนาบุคลากร ให้คำปรึกษาและคำแนะนำร่วมกับคณะอนุกรรมการโครงสร้างและสะพานจากวิศกรผู้เชี่ยวชาญของ วสท. ในการตรวจสอบ และบูรณะถนน/สะพานในความรับผิดชอบของ ทล. อีกทั้งเป็นการแสดงถึงการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพวิศวกรรม ที่จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนอย่างสูงสุด
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด