• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

ครบรอบ 20 ปี 9 ตุลาคม 2565 “ขับเคลื่อนแผนงานคมนาคมเพื่อความสุขของคนไทย”

สนข. ครบรอบ 20 ปี 9 ตุลาคม 2565 “ขับเคลื่อนแผนงานคมนาคมเพื่อความสุขของคนไทย”

           นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ครบรอบ 20 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2565 ณ อาคาร สนข. พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ โฆษกประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมงานดังกล่าว โดยมีนายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงคมนาคม และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ตลอดจนอดีตผู้บริหาร สนข. ที่มาร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่ สนข. ครบรอบ 20 ปี 9 ตุลาคม 2565

นายศักดิ์สยาม ฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา สนข. เป็นองค์กรที่เปรียบเสมือน “คลังสมอง” ให้กับกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติภารกิจหน้าที่และมีบทบาทในการเสนอแนะนโยบายและจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บท แผนงานต่างๆ ด้านการขนส่งและจราจรทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ รวมทั้งผลักดันขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ/มาตรการต่างๆ ให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของประเทศ และพร้อมรองรับการขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในวันที่ 9 ตุลาคม 2565 นั้น เป็นวันคล้ายวันสถาปนา สนข. ครบรอบ 20 ปี นับเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจ ที่ สนข. ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเร่งรัดผลักดันการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกระทรวงคมนาคม จนประสบความสำเร็จในหลาย ๆ เรื่อง สมกับเป็น “องค์กรนำในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคมนาคมของไทย” และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สนข. จะยังคงก้าวต่อไป ด้วยความมั่นคง และทำหน้าที่เชื่อมประสานการนำนโยบาย
ของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติเพื่อผลักดันขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ/มาตรการที่สำคัญต่าง ๆ ให้เกิด ผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นายศักดิ์สยาม ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สนข. ได้นำแนวนโยบายที่เคยมอบให้ไว้มาผลักดันขับเคลื่อนแผนงาน โครงการ และมาตรการต่าง ๆ ของกระทรวงคมนาคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งสาธารณะทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเมืองใหญ่ในภูมิภาค ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่แหล่งบริโภค และประตูการค้าเพื่อการส่งออก เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และราคาที่เหมาะสม และให้การขนส่งสินค้ามีต้นทุนการขนส่งที่ถูกลงทำให้สินค้าไทยสามารถไปแข่งขันในต่างประเทศได้ โดยมีผลการศึกษาแผนงาน โครงการสำคัญ ๆ ดังนี้

การศึกษาและวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการขนส่ง ระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ในรูปแบบ One Port Two Sides หรือโครงการ Land Bridge เพื่อเป็นประตูการค้าในการนำเข้าและส่งออกใหม่ที่สำคัญของไทย ของภูมิภาคอาเซียนและของจีนตอนใต้ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศหลังสถานการ์ณการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19

การศึกษาและวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบราง หรือ MR-MAP ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน และผลกระทบอื่น ๆ ที่มีต่อประชาชนจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมส่งเสริมการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

การศึกษาและวางแผนพัฒนาระบบเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า โดยมีเส้นทางนำร่อง 3 เส้นทาง คือ สถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง – ธัญบุรี สถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง - ม.ธรรมศาสตร์ และสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง - แยก คปอ.

ศึกษาและวางแผนการเชื่อมต่อท่าเรือกับสถานีรถไฟฟ้า เพิ่มจุดเชื่อมต่อล้อ-ราง-เรือ 12 จุด พร้อมปรับปรุงลักษณะกายภาพ และจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนใช้บริการได้งอย่างสะดวก

เพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางทะเล โดยทำการศึกษาการจัดตั้งสายเดินเรือแห่งชาติ ในรูปแบบ Domestic และ International สนับสนุนการส่งออกและนำเข้า เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางทะเลของภูมิภาค

ศึกษาและวางแผนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่ โดยอาศัยแนวคิด Transit Oriented Development หรือ TOD เพื่อเพิ่มศักยภาพ 177 สถานี ทั่วประเทศ ให้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ส่งเสริมเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน

ศึกษาและพัฒนาระบบตั๋วร่วมรวมถึงผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยใช้บัตรโดยสารเพียงใบเดียว และสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเบื้องต้นเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามันเพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก และช่วยยสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากยิ่งขึ้น

ศึกษาการนำนวัตกรรมระบบวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือโครงการ Big data ให้สามารถนำข้อมูลการเดินทางของคนและสินค้าในรูปแบบ GPS และ Mobile data มาใช้ในการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของประเทศที่สามารถรองรับความต้องการด้านคมนาคมที่แท้จริงของภาคประชาชน และภาคธุรกิจ

ศึกษาและวางแผนการพัฒนาสถานีเปลี่ยนถ่ายและกระจายสินค้าเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าในรูปแบบอื่นๆและพัฒนาจุดพักรถบรรทุกบนโครงข่ายถนนสายหลักรอบกรุงเทพเพื่อรองรับมาตรการกำกับเวลารถบรรทุกเข้าพื้นที่ใจกลางกรุงเทพเพื่อแก้ไขปัญหารถติดและฝุ่นควันที่มีแนวโน้มจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

การศึกษาและวางแผนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการจราจร หรือโครงการ S-Model โดยนำเทคโนโลยีระบบกล้อง CCTV และ GPS มาบูรณาการ เพื่อหาแนวแก้ไขปัญหาจราจรอย่างเป็นระบบ

ศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ทั้งที่เป็นโครงข่ายหลักของประเทศ และที่เป็นโครงข่ายในระดับจังหวัด เพื่อให้การเดินทางของคน และการขนส่งสินค้า มีการเชื่อมโยง ระหว่างแหล่งผลิด แหล่งบริโภค และประตูการค้าทั้งนำเข้าและส่งออก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

หมวดหมู่

106 ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด