สนข. ร่วมประชุม ASEAN - Japan Smart Cities Network High Level Meeting ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ การประชุม Smart City with Green Transformation (GX)
นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ในฐานะ Chief Smart City Officer (CSCO) กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุม ASEAN- Japan Smart Cities Network High Level Meeting ครั้งที่ 6 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 - 30 ตุลาคม 2567 เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่สำคัญของประเทศสมาชิก ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด Green Transformation (GX) โดยวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ผอ.สนข. ได้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงาน (Site Visit) จำนวน 2 แห่ง คือ
(1) TOYOSU Smart City เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาด้วยแนวคิด “Problem-solving & Future oriented Smart City” และ “Mixed-use Smart City” ครอบคลุมการทำงานของผู้คนกว่า 40,000 คน ผู้พักอาศัย 40,000 คน และผู้เข้า-ออกพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมสันทนาการ การท่องเที่ยว การชมวิว การจับจ่ายใช้สอย โดยจุดเด่นของพื้นที่คือตลาดปลาเก่าแก่ของเมือง การดำเนินโครงการเป็นไปในลักษณะความร่วมมือภาครัฐและเอกชน (PPP) ประกอบด้วย Tokyo Metropolitan Government และหน่วยงานท้องถิ่น Koto City กับภาคเอกชน 11 บริษัท และ 1 สถาบันการศึกษา เมืองมีความอัจฉริยะที่สำคัญ ได้แก่ ระบบป้องกันภัยและแจ้งเตือนภัยพิบัติ ระบบแผนที่นำทางท่องเที่ยวอัจฉริยะ ระบบข้อมูลการจัดแสดงกิจกรรม ระบบการเดินทาง (Mobility) ผ่านแอปพลิเคชั่น ด้วย Next – gen Slow mobility ได้แก่ การแบ่งปันการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ระบบส่งเสริมสุขภาพ และการใช้แอปพลิเคชั่นรองรับ ได้มีการพัฒนา Next – Gen Transportation Hub เรียกว่า “Michi – Terrace Toyosu” เป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมครอบคลุมการขนส่งทางถนน ทางน้ำ และทางรางได้
(2) แปลงสาธิตการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) เข้าชมนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (PV) เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าในกระบวนการผลิตไฮโดรเจน และนำไฮโดรเจนที่ได้ไปเข้าสู่ระบบ Hydrogen Fuel cell สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและเก็บไว้ในอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้งานต่อไป และนวัตกรรมด้านการขนส่งไฮโดรเจนผ่านท่อ (Hydrogen Piping) โดยจะเป็นระบบท่อ 2 ชั้นผนังชั้นที่สองจะมีระบบตรวจจับการรั่วไหลผ่านระบบใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) พร้อมเทคโนโลยีด้านอุปกรณ์และซอฟแวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมารองรับ โดยทดลองการขนส่งไฮโดรเจนทางท่อระหว่าง 2 แปลงสาธิต ระยะทาง 350 เมตร
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด